วิธีการสอน

วิธีการสอนตามแนวทาง ซูซูกิ
(Suzuki  Method)

เรียบเรียงโดย  ประพันธ์ศักดิ์   พุ่มอินทร์

บทความนี้ได้ถูกใช้ในการอบรมผู้ปกครองนักเรียนไวโอลินของโครงการศึกษาดนตรีสำหรับบุคคลทั่วไป  มหาวิทยาลัยมหิดล  โดยผู้เขียนเอง    และคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการศึกษาดนตรีในทุกเครื่องมือดนตรี   จึงนำมาเสนอให้ทุกท่านได้อ่านและช่วยเผยแพร่

ชินนิชิ ซูซูกิ (Shinichi  Suzuki , 1899 –1999) ท่านเป็นนักไวโอลิน    นักดนตรีศึกษา    นักจิตวิทยา  และผู้ทรงคุณธรรม  ซึ่งได้อุทิศเวลาทั้งชีวิตในการพัฒนาทฤษฎีการสอน   โดยเขาเรียกว่า  การศึกษาแบบพรสวรรค์   เป็นเวลามากกว่า 50 ปีมาแล้วที่ซูซูกิได้ค้นพบความจริงที่ว่า  เด็กเล็กทั้งโลกไม่ว่าชาติใดสามารถเรียนรู้ภาษาประจำชาติตนเองได้อย่างง่ายมาก   ท่านจึงใช้แนวคิดนี้ในการสอนดนตรีสำหรับเด็กขึ้น  และเรียกแนวคิดนี้ว่า  วิธีการสอนแบบภาษาแม่  (mother-tongue  approach)  แนวคิดหลักของการสอนแบบนี้คือ  การสอนแบบเป็นธรรมชาติแบบพ่อแม่สอนลูก   การให้กำลังใจด้วยความรัก  การปฏิบัติดนตรีซ้ำ ๆ บ่อย ๆ อย่างมีวินัย  ฯลฯ   เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่เห็นอย่างเด่นชัดของวิธีการสอนแบบซูซูกิ

ลักษณะการสอนดนตรีของซูซูกิ  มีข้อควรพิจารณาดังนี้

  • ครูของซูซูกิต้องมีความเชื่อว่า ความสามารถทางดนตรีทุกด้าน สามารถพัฒนาได้ในเด็กทุกคน
  • การสอนดนตรีที่ดีที่สุดต้องเริ่มจากช่วงปฐมวัย
  • พ่อ แม่ ผู้ปกครอง ต้องมีส่วนร่วมในการเรียนดนตรีของเด็กด้วย
  • เด็กต้องเล่นเครื่องดนตรีได้ด้วยความรู้สึกว่าเล่นง่าย ก่อนการเรียนโน้ตดนตรีและการอ่านต่าง ๆ
  • เทคนิคต่าง ๆ ของการเล่นดนตรีได้ถูกบรรจุในบทเพลง อย่างเป็นขั้นตอน
  • บทเพลงต่าง ๆ ที่เด็กได้เรียนไปแล้ว ต้องได้รับการขัดเกลาและทบทวนอยู่เสมออย่างเคร่งครัด
  • เด็กควรได้แสดงออกบ่อย ๆ ทั้งการแสดงเดี่ยวและเป็นกลุ่ม

ควรซ้อมดนตรีอย่างไร

ดร.ซูซูกิ  กล่าวว่า  นักเรียนดนตรีควรใช้เวลาในการซ้อมดนตรีทั้งหมดเป็น 3 ส่วน   ส่วนแรกในการซ้อมคุณภาพเสียง (tonalization) ส่วนที่สองสำหรับการซ้อมเพื่อทบทวน   ส่วนที่สามเป็นการซ้อมสำหรับเพลงใหม่   ดังนั้นถ้าเด็กใช้เวลาครึ่งชั่วโมงในการซ้อมแต่ละวัน  ก็ควรจะแบ่งเวลา 10 นาทีสำหรับการฝึกซ้อมคุณภาพเสียง     อีก  10 นาทีสำหรับการซ้อมทบทวน  และ 10 นาทีสุดท้าย  สำหรับการซ้อมส่วนอื่น ๆ  เช่น  เพลงใหม่   การอ่านโน้ต  การเตรียมเพลงที่จะฝึกในอนาคต ฯลฯ

การฝึกเพลงที่เรียนแล้วซ้ำ ๆ จำเป็นหรือ ?

อาจมีคำถามมากมายในใจของผู้ปกครองเกี่ยวกับการเรียนดนตรีของเด็ก  เช่น   ต้องใช้เวลานานมากเท่าใดในการเรียนตำราแต่ละเล่ม ? ทำไมต้องทบทวนเพลงเก่า ๆ ซ้ำซาก ?   ตามที่ครูผู้สอนบอกว่าเด็กควรเล่นให้มีคุณภาพเสียงที่ดีเป็นเช่นไร ?    และเด็กควรซ้อมอะไรที่บ้าน ? ฯลฯ

การฝึกคุณภาพเสียง (Tonalilazion) เป็นแบบฝึกเพื่อการพัฒนาคุณภาพเสียงที่ไพเราะ   ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการทำให้เพลงเพราะด้วย    ดร. ซูซูกิ  ได้ให้ทัศนะไว้ว่า  นักร้องที่ดีต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมงในการฝึกฝนการเปล่งเสียงร้อง (vocalizations)  เพื่อที่จะพัฒนาให้เสียงที่ร้องมีความไพเราะทุกตัวโน้ต

ถ้าเรารู้ว่านักไวโอลินที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกมีเสียงเพลงที่ไพเราะเช่นไร   แล้วเหตุใดเราจึงไม่พยายามทำสิ่งเดียวกันในการฝึกฝนไวโอลินเล่า ?  ดังนั้น ดร. ซูซูกิ  จึงเขียนแบบฝึกหัดและเรียกว่า  tonalization  มีอยู่บ่อยครั้งที่เขียนให้นักเรียนเล่นบนสายเปล่าธรรมดา   ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลยในการฝึกหัด  เพราะการฝึกนี้เองเป็นจุดเริ่มต้นของเสียงที่มีคุณภาพและความไพเราะ   ครูผู้สอนก็ต้องเน้นให้นักเรียนพัฒนาคุณภาพเสียงขึ้นในการเรียนทุกครั้ง

ดังที่ภาษิตของจีนบทหนึ่งกล่าวไว้ว่า    ปรมาจารย์ที่ยอดเยี่ยมจะสอนความรู้เพียงด้านเดียว  แต่ลูกศิษย์เอกต้องเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ทั้งหมด   สิ่งเดียวที่  ดร. ซูซูกิ ถือเป็นหัวใจสำคัญของการสอน  คือ  คุณภาพเสียง    และถือเป็นเป้าหมายแรกของการเรียนดนตรี   นักเรียนควรรู้สึกว่าการเรียนดนตรีเป็นประสบการณ์ที่ดี   นักเรียนต้องรู้จักวิธีการสร้างเสียงที่ไพเราะและสามารถสร้างเสียงนั้นจากจิตใจที่งดงาม   นี่เป็นรากฐานที่สำคัญของการสร้างเสียงดนตรีที่แท้จริง

คุณอาจเพียงเล่นเพลงง่าย ๆ ธรรมดา  ก็สามารถทำให้ผู้ฟังดนตรีนั้นร้องให้ได้   ด้วยเหตุที่เพลงนั้นมีความไพเราะอย่างยิ่ง    ด้วยน้ำเสียงของเครื่องดนตรีที่บาดลึกถึงจิตวิญญาณ

วิธีการสอนนี้ใช้ได้กับการสอนทุกเครื่องดนตรี    ไม่ว่าเป็นไวโอลิน หรือ เชลโล่   ตั้งแต่การสอนตำราเล่มที่ 1 ตัวอย่างเช่น   เพลง  Twinkle , Twinkle , Little  Star  ล้วนเป็นแบบฝึกหัดเพื่อ tonalization ทั้งสิ้น    ซึ่งครูต้องแบ่งเวลา 1 ใน 3  ในการเรียนสำหรับทบทวนเพลงนี้    มิใช่เล่นเป็นเสียงเพลงเท่านั้น   แต่ยังต้องพิจารณาถึงท่าทางในการเล่น   ความมีสมาธิในการลากสายให้เป็นเส้นตรงใกล้กับหย่อง (bridge)  การจับคันชักไวโอลินที่ถูกต้อง   ตำแหน่งการยืนและท่วงท่าต่าง ๆ เป็นไปอย่างถูกต้อง    และข้อสำคัญที่สุด  คือต้องสอนให้เด็กฟังเสียงที่ตนเองเล่นไม่ให้มีความเพี้ยน    นักเรียนส่วนมากมักละเลยถึงคุณภาพเสียงที่เล่นออกมาซึ่งเป็นผลมาจากความยาวของการลากคันชัก   การใช้แรงในการสี  ครูต้องพยายามให้เสียงทุกเสียงที่เด็กเล่นมีความไพเราะ   มีพลัง   และสวยงาม

คุณรู้หรือไม่ว่าทำไม  ดร. ซูซูกิ  ถึงได้เน้นเรื่องการทบทวนเพลงฝึกหัดที่เรียนไปแล้ว  เป็นเพราะเหตุผลเช่นเดียวกับการเรียนภาษาแม่ในเด็กนั่นเอง   ภายหลังจากที่เด็กได้เรียนคำว่า “แม่”   “มามี้”  ฯลฯ  เขาจะเก็บคำพูดนั้นไว้ในความทรงจำ   และเมื่อพ่อแม่พยายามสอนคำศัพท์ใหม่เพิ่ม  เขาก็จะทบทวนคำเดิม ๆ ไปด้วย    การสอนนี้เป็นไปอย่างธรรมชาติ  ทุก ๆ วัน  เป็นเดือน  เป็นปี  เด็กก็จะสามารถพัฒนาการพูดเป็นประโยค   โดยรวมคำศัพท์เก่าและใหม่เข้าด้วยกันอย่างชำนาญ

ในการสอนดนตรี   ครูทั่วไปมักจะพูดบ่อย ๆ  ว่า  “คุณเรียนเพลงนี้แล้ว  ตอนนี้เรามาขึ้นเพลงใหม่ดีกว่า”    แต่ในความแตกต่างของการสอนแบบซูซูกินี้   การเรียนทุกครั้งจะต้องย้อนกลับไปทบทวนเพลงที่เรียนมาแล้วเสมอ  ดังนั้น  เด็กก็จะพัฒนาคุณภาพของการเล่น  เสียงตรงไม่เพี้ยน   และมีความไพเราะขึ้นเรื่อย ๆ  พร้อมไปกับท่าทางการสีที่ดีขึ้น  การใช้คันชักและการวางนิ้วที่มีความฉับไว  และการแสดงออกทางความรู้สึกทางดนตรีที่เพิ่มพูนขึ้น

นักจิตวิทยาได้บอกพวกเราว่า  เป็นเรื่องยากอย่างยิ่งในการทำหลายสิ่งหลายอย่างในเวลาเดียวกัน  ถ้าคุณต้องการซ้อมเพลงใหม่   คุณจะต้องใช้สมาธิในการอ่านโน้ตแต่ละตัวอย่างถูกต้อง  ดังนั้นคุณจึงไม่สามารถคิดเกี่ยวกับความสำคัญของสิ่งอื่น ๆ  ไปพร้อมกับการเล่น  คือ  ความเที่ยงตรงของตัวโน้ต  ท่าทางที่ดูสวยงาม  ความรู้สึกและอารมณ์เพลง    แต่ถ้าคุณเล่นเพลงที่ง่าย ๆ ที่คุณคุ้นเคยดีแล้ว  คุณสามารถบังคับควบคุมทุกอย่างได้  ไม่ว่าจะเป็นการถือคันชักที่สวยงาม  ท่าทางการเล่น  การบังคับเสียงโน้ตแต่ละตัวให้ออกมาอย่างดี   หรือในเปียโนก็สามารถบังคับข้อมือและนิ้วมือให้โค้งอย่างงดงาม     นี่เองเป็นเหตุผลที่เราต้องทบทวนเพลงทุกเพลงในการเรียนดนตรีแบบซูซูกิ

อ้างอิงจาก (1)  Shinichi  Suzuki.(1983). Nurtured  by  Love “The  Classic  Approach  to  Talent Education” . Suzuki  Method  International , Miami U.S.A.

(2)  http:/www.azsuzuki.org. What is  the Suzuki  Method ?. Arizona  Suzuki Associaiton

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: